รู้สึกว่าสาวๆคนจำนวนไม่น้อยคงรู้จัก ‘โยเกิร์ต’ กันแน่ๆ เพราะว่าโยเกิร์ตลือชื่อในเรื่องการควบคุมน้ำหนัก

แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วโยเกิร์ตมีดีมากยิ่งกว่านั้นเยอะแยะนะ พวกเรามาเรียนรู้ไปร่วมกันเถิด
‘โยเกิร์ต’ คือ สินค้าที่เกิดขึ้นมาจากนม โดยการดองระหว่างนมแล้วก็โปรไบโอติกส์หรือแบคทีเรียชนิดดีตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป ซึ่งแบคทีเรียนี้มีสาระต่อสุขภาพในด้านการฟื้นฟูแล้วก็ปรับสมดุลของแบคทีเรียในระบบการทำงานด้านการย่อยอาหารคุณประโยชน์ซึ่งมาจากโยเกิร์ตที่น่ารู้เป็น
– โยเกิร์ตเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยม เนื่องจากโยเกิร์ตหนึ่งถ้วยมีโปรตีนมากยิ่งกว่านมถึง 20% ด้วยเหตุดังกล่าวโยเกิร์ตก็เลยเป็น
อาหารลู่ทางของผู้ที่ต้องการจะลดความอ้วน
– โยเกิร์ตมากไปด้วยวิตามินแล้วก็แร่ธาตุ ในโยเกิร์ตมีอีกทั้งวิตามินบี2 แล้วก็ บี12 ซึ่งเป็นตัวช่วยการผลิตเม็ดเลือดแล้วก็
บำรุงประสาท ทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดอาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง แล้วโยเกิร์ตยังอุดมแคลเซียมแล้วก็ธาตุฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างเสริมกระดูกแล้วก็ฟันให้แข็งแรง
– โยเกิร์ตช่วยการขับถ่าย เนื่องจากในโยเกิร์ตประกอบด้วยแบคทีเรียชนิดดี ได้แก่ ซัลโมเนลลา อีโคไลแล้วก็วัวลิฟอร์ม
ซึ่งเป็นตัวช่วยระบบการทำงานด้านการย่อยอาหาร ทำให้การขับถ่ายสบายรวมถึงรักษาอาการท้องผูกด้วย
– โยเกิร์ตช่วยให้หน้าใส เมื่อร่างกายขับถ่ายสบาย ลำไส้ก็สะอาดก็เลยทำให้ผิวหน้าใสแล้วก็นอกจากการ
รับประทานโยเกิร์ตจะมีผลให้หน้าใสแล้ว โยเกิร์ตยังสามารถนำไปพอกหน้า เพื่อเป็นการบำรุงผิวพรรณแล้วก็ทุเลาอาการอักเสบ เหตุเพราะสิวได้
– โยเกิร์ตสามารถช่วยลดกลิ่นปาก ฟันผุแล้วก็โรคเหงือก ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการศึกษาว่า การรับประทานโยเกิร์ต
สูตรไร้น้ำตาลจะช่วยลดกลิ่นปาก คุ้มครองป้องกันฟันผุแล้วก็โรคเหงือก
– โยเกิร์ตย่อยง่ายดายกว่านมเหมาะกับผู้ที่มีสภาวะแพ้แลคโตส สำหรับผู้ที่มีปัญหาสภาวะแพ้แลคโตสไม่สามารถที่จะย่อย
โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในนมได้ การรับประทานโยเกิร์ตก็เลยเป็นลู่ทางที่ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดลักษณะของการปวดท้อง ท้องอืดหรือท้องเสีย
– โยเกิร์ตช่วยคุ้มครองป้องกันการติดเชื้อราในช่องคลอด เหตุเพราะเชื้อจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตมีสาระต่อการปกป้องคุ้มครองหรือ
รักษาอาการช่องคลอดอักเสบที่เกิดเชื้อราหรือแบคทีเรีย โดยจากการวิจัยสุภาพสตรีคนรับประทานโยเกิร์ตได้มีอัตราการติดเชื้อราในช่องคลอดลดลง
– โยเกิร์ตมีส่วนช่วยเรื่องโรคกระเพาะอาหารที่เกิดขึ้นมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมกับการ
รับประทานโยเกิร์ต ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น แต่ว่าจะต้องอยู่สำหรับเพื่อการควบคุมดูแลของหมอ
– โยเกิร์ตช่วยลดไขมันในเส้นเลือด แบคทีเรียชนิดดีในโยเกิร์ตสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้
– โยเกิร์ตช่วยคุ้มครองป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง เนื่องจากโยเกิร์ตมีส่วนช่วยกำจัดโซเดียมภายในร่างกายก็เลยทำให้ระดับความดัน
เลือดลดลงไปด้วย
การรับประทานโยเกิร์ตให้ถูกทางดูหนังAVไม่ได้มีอะไรยุ่งยากแล้วก็มากเรื่องเลย เหตุเพราะโยเกิร์ตเป็น อาหารประเภทหนึ่งมิใช่ยา การรับประทานโยเกิร์ตก็เลยไม่มีกฎระเบียบคงที่ว่าจะต้องรับประทานช่วยไหนเวลาใดหรือรับประทานปริมาณเท่านี้แล้วจะโรคหรืออาการนั้นๆจะหาย การรับประทานโยเกิร์ตเป็นเพียงตัวช่วยตัวหนึ่ง ซึ่งสามารถรับประทานได้ตามสิ่งที่มีความต้องการโดยอยู่ในความเหมาะสมจะเป็นเรื่องดี
สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับเพื่อการรับประทานโยเกิร์ต โดยปกติการรับประทานโยเกิร์ตค่อนข้างมีความปลอดภัย หญิงมีท้องหรือให้นมบุตรก็รับประทานโยเกิร์ตได้ตามปริมาณเหมาะสมที่รับได้ในแต่ละวัน เพียงแค่ปริมาณแบคทีเรียในโยเกิร์ตบางทีก็อาจจะทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อผู้ที่มีระบบภูมิต้านทานขาดตกบกพร่องหรืออ่อนแอ อาทิเช่น คนเจ็บโรคติดเชื้อเอชไอวี (โรคภูมิคุมกันบกพร่อง) หรือ ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ด้วยเหตุดังกล่าวคนเจ็บดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ควรจะรับประทานโยเกิร์ตเป็นปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน ควรจะขอคำปรึกษาจากหมอก่อนที่จะรับประทาน
สิ่งที่จะต้อทำสำหรับเพื่อการเลือกซื้อโยเกิร์ต…
1. ควรจะตรวจสอบตรวจเช็กวันหมดอายุที่เจาะจงไว้บนกล่องหรือบรรจุภัณฑ์
2. บรรจุภัณฑ์จะต้องอยู่ในรูปภาพที่ดี ไม่ขาด ไม่รั่วหรือบุบ แม้สภาพบิดยุบก็ไม่ควรจะเสี่ยงซื้อ
3. โยเกิร์ตชนิดครีม ก่อนที่จะรับประทาจะต้องตรวจสอบว่ามีลักษณะข้นอยู่ ไม่แยกชั้นระหว่างน้ำกับนม แม้เป็น
โยเกิร์ตพร้อมดื่มจะต้องไม่มีตะกอนที่ก้นขวด
4. โยเกิร์ตที่ยังไม่หมดอายุควรจะตรวจสอบว่ามีสีแปรไปหรือกลิ่นไม่ถูกไปจากเดิมหรือไม่ แม้มีความเปลี่ยนแปลงก็
ไม่ควรจะรับประทาน
5. วิธีสำหรับการเลือกซื้อโยเกิร์ตควรที่จะทำการเลือกวันผลิตที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อให้สูงที่สุดหรือวันหมดอายุยังอีกนาน
6. วิธีสำหรับการเลือกซื้อโยเกิร์ตรสธรรมชาติคงจะดีมากยิ่งกว่าโยเกิร์ตที่มีการปรุงแต่งเพิ่มรส
7. ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงแล้วก็รับประทานอาหารตามหลักโภชนาบางทีอาจไม่สำคัญจะต้องรับประทานโยเกิร์ตก็ได้
การรับประทานโยเกิร์ตพร้อมกันไปกับยารักษาโรคควรจะระมัดระวังเรื่องปฏิกิริยาหรือผลกระทบดังนี้…
– ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีน อาทิเช่น ยามิโนไซคลีนปละเตตราไซคลีน การรับประทานโยเกิร์ตพร้อมกันกับยาชนิดนี้
จะเกิดปฏิกิริยาการจับกุมยาในท้องแล้วก็ลดการดูดซึมยาไปสู่ร่างกาย ทำให้สมรรถนะของยาต่ำลง เหตุเพราะในโยเกิร์ตมีแคลเซียมเป็นตัวที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยานี้ ด้วยเหตุนี้ควรจะงดรับประทานโยเกิร์ต 2 ชั่วโมง ก่อนการใช้ยาแล้วก็ งด 4 ชั่วโมง ข้างหลังการใช้ยาชนิดนี้
– ยาไซโปรฟลอกซาซิน การรับประทาโยเกิร์ตพร้อมกันกับยาชนิดนี้อาจจะก่อให้สมรรถนะของยาลดลง เช่นนั้นก็เลย
ควรจะเว้นระยะห่างการรับประทานโยเกิร์ตภายหลังจากรับประทานยาไปแล้ว 1 ชั่วโมง
– ยาประภทลดสภาวะภูมิต้านทานของร่างกาย อาทิเช่น ยาอะซาธโอพรีน บาซิลิซิแมบ ไซวัวลสปอรีน ทาวัวรลิมัส ไซโล
ลิมัส เพรดนิโซน ยากลุ่มคอร์ดิวัวสเตียรอยด์แล้วก็อื่นๆยาชนิดนี้ไม่ควรจะรับประทานร่วมกับโยเกิร์ต เนื่องจากจะมีผลให้เพิ่มโอกาสมีโอกาสเสี่ยงต่ออาการป่วยอื่นๆที่เกิดขึ้นมาจากแบคทีเรียแล้วก็ยีสต์ในโยเกิร์ตได้
โยเกิร์ตต่างมีอีกทั้งคุณค่าแล้วก็สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง เช่นนั้นพึงจะเรียนอย่างระมัดระวังก่อนที่จะรับประทานนะจ๊ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *